เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 ผมได้มีโอกาส รับหนังสื่อเล่มนี้มาครับ "Deja vu เดฌาวู...จิตสังหาร" ของ Complicated ครับ จากร้านหนังสือเก่าร้านหนึ่ง บอกก่อนเลยนะครับว่าผมเองไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือประเภท เล่มเล็ก ๆ เท่าใดนัก แต่สำหรับหนังสือเล่มนี้ สะดุดตาผมเอามากๆ เนื่องจากตัวเล่ม เรียบง่ายครับ เป็นปกสี ดำ-แดง เหมือนปกหนังสือผู้ใหญ่ธรรมดา ไม่ได้วัยรุ่นจ๋า จนเกินไป
เอาละครับ เราเกริ่นกันเรื่องรูปเล่มภายนอกกันมาพอแล้ว...
สำหรับหนังสือเล่มนี้นะครับ บอกได้เลยว่า เนื้อเรื่องค่อนข้างกระชับครับ ไม่ยือยื้อมากจนเกินไป (เป็นดั่งที่ Complicated ได้คุยไว้) ลุ้นระทึกแทบทุกตอน ทุกบท ทุกหน้าครับ ชวนให้ติดตามต่อ ด้วยเนื้อเรื่องสั้น และ ความยาวมีไม่มาก (แค่ 245 หน้า) ทำให้ผมวางไม่ลงเลยทีเดียว
"นวนิยาย ระทึกขวัญ ตั้งแต่ต้นจนจบ..." คือคำโปรยที่ Complicated บอกไว้ เนื้อเรื่องเป็นแนว สืบสวนสอบสวนครับ แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำรวจ และตัวเอกของเรื่องก็ เป็นเพียง กลุ่มนักเรียนธรรมดา ชั้นมัธยม 3 อายุ 15 ประกอบด้วย คามิยะ โนริโกะ ฮิเดโอะ และ อากิระ ครับ เรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้นบน เกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งมีประวัติศาสตร์ เริ่มต้นจาก
"ปี 1980 เกาะแห่งนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรก มีคนกลุ่มหนึ่งค้นพบเกาะที่ไม่ปรากฎบนแผนที่โลก และได้มีการย้ายถิ่นฐานประชาชนไปอาศัยอยู่บนเกาะจำนวนมาก
ปี 1981 เมืองเป็นรูปร่าง เรื่องแปลกๆ เริ่มเกิดขึ้น ประชาชนกลุ่มหนึ่งลือกันว่า นอกจากพวกเขาที่อยู่เกาะนี้แล้วมีบางอย่างที่ผิดปกติรวมอยู่ด้วย
ปี 1982 ข่าวลือเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่ว มีรายงานการพบเห็นมนุษย์ประหลาดตามอาคารบ้านเรือน ลักษณะเป็นเงาดำ ไม่ปรากฎร่างให้เห็นทั้งตัว แต่จะปรากฎเลือนลาง เห็นเพียงส่วนใด ส่วนหนึ่ง ผลผลิตของเมืองปีนี้ย่ำแย่
ปี 1983 จำเป็นต้องลักลอบนำผลผลิตข้ามาบนเกาะ ผู้นำของเกาะโดดอาคารตาย... เกิดการสังหารหมู่ในเมือง ดอกกุหลาบในเมืองเป็นสีดำ
ปี 1984 การประมงย่ำแย่ พายุซัดเข้าฝั่งตลอดปี ผู้นำเกาะกลุ่มใหม่แย่งชิงอำนาจกันเอง มีผู้พบเงาร่างสีดำยืนอยู่กลางเมืองตอนดึก
ปี 1985 ผู้คนในเมืองตายอย่างแปลกประหลาด ไร้ผู้นำหมู่บ้าน ชายลึกลับในชุดสูทสีดำ และหมวกทรงสูงสีเดียวกันปรากฎตัวขึ้น
ปี 1986 ชายใส่หมวกทรงสูงสีดำปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งในตอนกลางคืน เขาได้ฆ่าคนในหมู่บ้านอย่างเหี้ยมโหด มีตำนานเล่าว่าหากออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม ทันทีที่เปิดประตูบ้านออกไป ก็จะพบชายในหมวกทรงสูงสีดำซ่อนอยู่ในเงามืดหน้าประตูบ้านเงื้อขวานขึ้นมา ยังมีการเล่าลือกันอีกว่า บางครั้งชายใส่หมวกทรงสูงสีดำก็เดินมาเคาะประตูบ้าน แล้วลงมือฆ่าคนในบ้านทิ้ง
ปี 1987 เกาะแห่งนี้กลายเป็นเกาะร้าง คนที่หนีไม่พ้นถูกฆ่าตาย"
บนความข้างต้นนั้น คัดลอกมาจากหนังสือ ซึ่งนั่นเป็นเพียงประวัติของเกาะที่ทุกคนรับรู้ และถูกส่งผ่านกันจากรุ่นสู่รุ่น แต่ทว่าความจริงกลับซ่อนอยู่อย่างมากมายภายในเกาะ เมื่อเหล่าตัวเอกของเรื่องค้นพบว่าสิ่งที่ถูกปลูกฝังมานั้น "เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด" พวกเขาจำเป็นที่จะต้องไขปริษณาของเกาะให้ออก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป และเพื่อความอยู่รอดของพวกเขาเอง เมื่อพวกเขาพบว่ามีบางสิ่งกำลังตามล่าพวกเขาอยู่
ลองติดตามหาอ่านกันได้ครับ แล้วอาจวางไม่ลงกันเลยทีเดียว
โดยรวมแล้ว เนื้อเรื่องกระชับ ชวนติดตามดีครับ อีกทั้งผู้เขียนผูกโยงเรื่องได้น่าสนใจ มีการหักมุมตอนท้ายเรื่อง และให้แง่คิดในด้านของความรัก และการเสียสละ แต่กระนั้น ผู้เขียนค่อนข้างใช้ภาษาพูดบ่อยในการเขียน ซึ่งอาจเป็นข้อดี สำหรับนักอ่านที่เบื่อง่ายครับ เพราะภาษาการเล่าเรื่องค่อนข้างเป็นกันเอง คล้ายๆ กับการเล่าเรื่องปากเปล่า แต่ต้นเรื่องมีการทิ้งตัวละครบ้าง (กล่าวถึงว่าเป็นเพื่อนสนิทพระเอก แต่กลับทิ้งตัวละครไปดื้อๆ) แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการติดตามเนื้อเรื่องแต่อย่างใดครับ
และหากจะวิเคราะห์เนื้อเรื่องกันจริงๆ อาจพบว่ามีหลายจุด หลายช่วงที่ค่อนข้างไม่สมเหตุสมผลกันครับ อย่างเช่น บางฉากที่เป็นการต่อสู้กันของพระเอก กับ ชายใส่หมวกทรงสูง ซึ่งเพื่อนพระเอกคนหนึ่งได้ช่วยพระเอกไว้ได้ทัน แต่กลับมาเฉลยตอนท้าย ว่าเพื่อนพระเอกกับกลับเป็นชายใส่หมวกทรงสูงเสียเอง ซึ่งสร้างความสับสน และค้างคาให้ผู้อ่านไม่น้อย แต่ผมอยากให้มองในมุมมองของความบันเทิงครับ แล้วคุณจะอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างได้อรรถรสทีเดียว...อย่าซีเรียส
ท้ายนี้ หากมีข้อผิดพลาดประการใดผมขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ใดๆ กับหนังสือเล่มนี้ เป็นเพียงผู้อ่าน ที่อยากแบ่งปันประสบการ์ณครับ